น้ำคือชีวิต

ปริมาณน้ำที่คุณดื่มต่อวันคือเท่าไหร่?
น้ำที่คุณดื่มคือน้ำที่ดีต่อร่างกายคุณหรือไม่?

น้ำที่คุณดื่มคือน้ำอะไร กรดหรือด่าง?
คุณรู้หรือไม่? เมื่อเราดื่มน้ำที่เป็นกรด เราจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง รวมถึงความอ้วนอีกด้วย!

คุณรู้หรือไม่? เครื่องดื่ม เช่น โซดา ชา กาแฟ น้ำอัดลม  แอลกอฮอล์ และอื่น ๆ ไม่สามารถทดแทนน้ำเปล่าได้! ตรงกันข้าม มักจะทำให้เราเป็นกรด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราป่วย!

ร่างกายคนเราประกอบด้วยน้ำมากกว่า 70% ระบบต่างๆในร่างกายนั้นขึ้นอยู่กับน้ำ ดังนั้น น้ำที่ดีและสะอาด จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต

บทความจากสำนักงานสาธารณสุขพังงา ดังต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า ทำไมเราจำเป็นต้องดื่มน้ำด่าง? น้ำด่างช่วยป้องกันโรคได้อย่างไร?

ทำไมถึงต้องดื่มน้ำด่าง

น้ำดื่มอัลคาไลน์ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “น้ำด่าง” คือน้ำดื่มสะอาดที่มีค่า pH เป็นด่าง (โดยต้องเป็นน้ำที่ได้จากเครื่องทำน้ำด่าง หรือน้ำที่ผสมหัวเชื้อน้ำด่างในอัตราส่วนที่ถูกต้องเท่านั้น) และความที่น้ำมีสภาพเป็นด่างจึงมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ  เพราะด้วยความที่เป็นน้ำด่างทำให้ซึมเข้าไปจับไขมันส่วนเกินและพวกโลหะหนักในร่างกายได้ง่าย อีกทั้งน้ำด่างยังประกอบไปด้วยแร่ธาตุสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการมากมาย ทำให้มีส่วนในเรื่องของการลดความอ้วน ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็ง การดื่มน้ำด่างเป็นประจำก็เปรียบเสมือนการล้างสารพิษออกจากร่างกายโดยไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ ให้กับคลินิกหรือพวกอาหารเสริมต่าง ๆ ที่รับประทานเข้าไปมาก ๆ ซึ่งอาจจะทำให้มีสารตกค้างในร่างกายได้

ในแต่ละวันที่เรารับประทานอาหารเข้าไป น้อยคนที่จะรู้ว่าอาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นมีการย่อยสยายอย่างไร และมีผลเสียผลดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง การรับประทานอาหารโดยขาดการไตร่ตรองก็เปรียบเสมือนรับประทานยาพิษทีละนิด และเมื่อสะสมเข้าไปทุกวันก็ส่งผลให้ร่างกายเป็นพิษ เกิดความเจ็บป่วยอ่อนแอ ร้ายหน่อยก็ก่อให้เกิดมะเร็งอย่างที่หลาย ๆ ท่านกลัว เพราะหลายท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าอาหารที่เรารับประทานเข้าไปเป็นอาหารชั้นเลิศสำหรับเซลล์มะเร็ง เช่น เนื้อหมู, เนื้อวัว, นมที่ได้จากสัตว์, แอลกฮอล์ และอื่น ๆ ซึ่งอาหารเหล่านี้เมื่อทานเข้าไปและร่างกายทำการย่อยสลายจะทำให้มีสภาพเป็นกรด และเจ้ากรดนี้เองที่ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตและลุกลามได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการดื่มน้ำด่างหรือน้ำอัลคาไลน์ จึงมีส่วนช่วยในเรื่องของการปรับค่ากรดด่างในร่างกาย อีกทั้งยังลดความเป็นกรดจากอาหารและน้ำดื่มอื่น ๆ ทำให้ลดอัตราเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งได้ค่อนข้างสูงมาก แต่อย่างไรก็ตามการดื่มน้ำด่างเป็นเพียงส่วนช่วยล้างสารพิษวิธีหนึ่งเท่านั้น หากอยากจะหลีกเลี่ยงโรคภัยโดยแท้จริง ควรเริ่มที่ต้นเหตุ เช่น หมั่นออกกำลังกายบ่อย ๆ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายสูดลมหายใจและรับออกซิเจนได้มากกว่าปกติ (ยกเว้นสูดหายใจท่ามกลางมลพิษ เช่น พวกสี่แยกไฟแดงหรือตามโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น) การที่ร่างกายได้รับออกซิเจนในปริมาณมากนอกจากจะทำให้เกิดความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแล้ว ยังมีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ดี พยายามเลี่ยงอาหารมัน เลี่ยน หรืออาหารปิ้งย่างต่าง ๆ  เพราะถ้าหากเรายังมีพฤติกรรมการกินไม่เลือกหรือพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อยู่ในความเสี่ยงที่จะทำให้ร่างกายเป็นพิษอยู่ตลอดเวลา การดื่มน้ำด่างวันละ 20 แก้วก็อาจจะเอาไม่อยู่ !!!

· การดื่มน้ำด่างเป็นประจำมีข้อดีข้อเสียอย่างไร?

การดื่มน้ำด่างมีส่วนช่วยในการปรับความสมดุลกรด-ด่างในร่างกาย อีกทั้งแร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำด่างจะซึมเข้ากระแสเลือดได้ง่าย ทำให้ร่างกายสามารถนำแร่ธาตุเหล่านั้นไปใช้ได้ในทันที โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือมีกรดเกินในกระเพาะสูง การดื่มน้ำด่างจะช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารและปลอดภัยกว่าทานยาลดกรดเพราะจะไม่มีสารพิษตกค้าง อย่างไรก็ตามการดื่มน้ำด่างอย่างถูกวิธีและให้ปลอดภัยควรเลือกหรือตรวจคุณภาพน้ำด่างก่อน เพราะต้องบอกตามความเป็นจริงว่าการดื่มน้ำด่างในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย หรือดื่มน้ำด่างที่มีค่า pH มากเกินพอดีย่อมส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในของเราได้ เช่น ไต เพราะการดื่มน้ำด่างมากเกินไปจะทำให้ไตไม่สามารถขับเกลือผ่านทางปัสสาวะออกมาได้ก่อให้เกิดเป็นก้อนนิ่ว และการดื่มน้ำด่างควรให้ค่า pH อยู่ระหว่าง 8-9 ที่สำคัญไม่ควรดื่มในปริมาณมากภายในระยะเวลาน้อยครั้ง เช่น ดื่มน้ำด่างรวดเดียว 8 แก้วภายใน 1-2 ชม. เพราะร่างกายจะปรับสภาพกรดด่างได้ไม่ทัน ผู้ที่เพิ่งเริ่มดื่มน้ำด่าง จึงต้องค่อยๆ เพิ่มปริมาณน้ำด่าง และเริ่มต้นด้วยน้ำด่างที่มีค่า pH ไม่มากก่อน เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยและสามารถปรับสมดุลได้นั่นเอง

· การเลือกดื่มน้ำด่างให้ปลอดภัย

ในปัจจุบันนี้มีผู้ทำน้ำด่างออกมาขายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราควรเลือกและควรดูให้เป็น เพื่อไม่ให้ถูกหลอกเสียเงินเสียทองในจำนวนมาก หรือได้น้ำด่างที่ไม่มีคุณภาพ เผลอ ๆ จะกลายเป็นน้ำพิษย้อนทำร้ายเรา ปกติแล้วผู้ขายน้ำด่างจะอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงเป็นส่วนใหญ่ว่ามีค่า pH เท่านั้นเท่านี้ ทั้งที่จริงแล้วค่าความเป็นด่างของน้ำด่างสำหรับดื่มไม่ควรเกิน pH 8-9 ถ้ามากกว่านี้จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย  

ข้อมูลเพิ่มเติม

น้ำ เป็นสารประกอบเคมีชนิดหนึ่ง มีสูตรเคมีคือ H2O โมเลกุลของน้ำประกอบด้วยออกซิเจน 1 อะตอมและไฮโดรเจน 2 อะตอมเชื่อมติดกันด้วยพันธะโควาเลนต์ น้ำเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันมาตรฐาน แต่พบบนโลกที่สถานะของแข็ง (น้ำแข็ง) และสถานะแก๊ส(ไอน้ำ) น้ำยังมีในสถานะของผลึกของเหลวที่บริเวณพื้นผิวที่ชอบน้ำ[1][2]

น้ำปกคลุม 71% บนพื้นผิวโลก[3] และเป็นปัจจัยสำคัญต่อชีวิต[4] น้ำบนโลก 96.5% พบในมหาสมุทร 1.7% ในน้ำใต้ดิน 1.7% ในธารน้ำแข็งและชั้นน้ำแข็งของทวีปแอนตาร์กติกาและเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเศษส่วนเล็กน้อยบนผิวน้ำขนาดใหญ่ และ 0.001% พบในอากาศเป็นไอน้ำ ก้อนเมฆ (ก่อตัวขึ้นจากอนุภาคน้ำในสถานะของแข็งและของเหลวแขวนลอยอยู่บนอากาศ) และหยาดน้ำฟ้า[5][6] น้ำบนโลกเพียง 2.5% เป็นน้ำจืด และ 98.8% ของน้ำจำนวนนั้นพบในน้ำแข็งและน้ำใต้ดิน น้ำจืดน้อยกว่า 0.3% พบในแม่น้ำ ทะเลสาบ และชั้นบรรยากาศ และน้ำจืดบนโลกในปริมาณที่เล็กลงไปอีก (0.003%) พบในร่างกายของสิ่งมีชีวิตและผลิตภัณฑ์[5]

น้ำบนโลกเคลื่อนที่ต่อเนื่องตามวัฏจักรของการระเหยเป็นไอและการคายน้ำ (การคายระเหย) การควบแน่น การตกตะกอน และการไหลผ่าน โดยปกติจะไปถึงทะเล การระเหยและการคายน้ำนำมาซึ่งการตกตะกอนลงสู่พื้นดิน

น้ำดื่มสะอาดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ แม้ว่าน้ำจะไม่มีแคลอรีหรือสารอาหารที่เป็นสารประกอบอินทรีย์ใดๆ การเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดได้เปลี่ยนแปลงไปในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมาในเกือบทุกส่วนของโลก แต่ประชากรประมาณ 1 พันล้านคนยังคงขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดและกว่า 2.5 พันล้านคนขาดแคลนสุขอนามัยที่เพียงพอ[7] มีความเกี่ยวพันกันเรื่องน้ำสะอาดและค่า GDP ต่อคน[8]อย่างไรก็ดี นักสังเกตบางคนประมาณไว้ว่าภายในปี ค.ศ. 2025 ประชากรโลกมากกว่าครึ่งหนึ่งจะประสบปัญหาความเสี่ยงที่เกี่ยวกับน้ำ[9]รายงานล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2009 รายงานว่า ภายในปี ค.ศ. 2030 ในพื้นที่ประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีความต้องการน้ำจะเพิ่มขึ้นเกิดปริมาณน้ำที่มีกว่า 50%[10] น้ำมีบทบาทสำคัญใน เศรษฐกิจโลก เนื่องจากน้ำเป็นตัวทำละลายของสารเคมีหลากหลายชนิดและอำนวยความ สะดวกในเรื่องการให้ความเย็นในภาคอุตสาหกรรมและการคมนาคม น้ำจืดประมาณ 70% มนุษย์ใช้ไปกับเกษตรกรรม